ตาแห้ง

ตาแห้ง เกิดจากอะไร? วิธีแก้และการประคบอุ่น

อาการ ตาแห้ง แสบตา เคืองตา เหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา ตาล้าจนต้องหยีตาตอนบ่าย หรือมองจอแล้วตาพร่าเป็นพัก ๆ เป็นปัญหาที่เจอได้แทบทุกวันในร้านยา หลายคนเข้าใจว่า ตาแห้ง คือ “น้ำตาน้อย” เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงคนจำนวนมากมีน้ำตาปกติ เพียงแต่น้ำตา ระเหยเร็วเกินไป เพราะชั้นไขมันที่เคลือบผิวน้ำตาทำงานผิดปกติ

บทความนี้เภสัชกรจะพาไปดูให้ครบว่า ตาแห้งเกิดจากอะไร อาการแบบไหนที่ควรระวัง ดูแลตัวเองที่บ้านได้อย่างไร ประคบอุ่นให้ถูกวิธีต้องทำแบบไหน เลือกน้ำตาเทียมอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง และเมื่อไหร่ที่ต้องหยุดดูแลเองแล้วไปพบจักษุแพทย์

สารบัญ

ตาแห้ง คืออะไร?

ตาแห้ง (Dry Eye) คือภาวะที่ผิวดวงตาขาดความชุ่มชื้น เพราะน้ำตามีปริมาณไม่พอ หรือมีคุณภาพไม่ดีจนระเหยเร็วเกินไป ทำให้ผิวตาอักเสบและระคายเคือง เกิดอาการแสบตา เคืองตา ตาล้า สู้แสงไม่ได้ ตาพร่าเป็นพัก ๆ และบางคนกลับมีน้ำตาไหลมากผิดปกติ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน

น้ำตาของเราไม่ได้มีแค่ “น้ำ” แต่ประกอบด้วย 3 ชั้นที่ต้องทำงานร่วมกัน

  • ชั้นไขมัน (Lipid layer) – ชั้นนอกสุด สร้างจากต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตา (Meibomian gland) ทำหน้าที่คลุมผิวน้ำตาไม่ให้ระเหยเร็ว
  • ชั้นน้ำ (Aqueous layer) – ชั้นกลาง สร้างจากต่อมน้ำตา ให้ความชุ่มชื้นและชะล้างสิ่งแปลกปลอม
  • ชั้นเมือก (Mucin layer) – ชั้นในสุด ช่วยให้น้ำตาเกาะติดผิวกระจกตาได้สม่ำเสมอ

ถ้าชั้นใดชั้นหนึ่งเสียสมดุล ก็เกิดภาวะตาแห้งได้ทั้งหมด ในทางการแพทย์จึงแบ่งภาวะนี้ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่น้ำตาสร้างน้อย และ กลุ่มที่น้ำตาระเหยเร็ว ซึ่งกลุ่มหลังพบมากกว่า และมักถูกมองข้าม เพราะคนไข้ยังรู้สึกว่า “ตาก็มีน้ำตาปกตินี่นา”

อาการตาแห้งเป็นแบบไหน เช็กด้วยตัวเอง

อาการของภาวะนี้มีได้หลากหลายกว่าที่คิด และหลายอาการไม่ได้ “รู้สึกแห้ง” เลยด้วยซ้ำ ลองสำรวจตัวเองจากรายการนี้

แตะเพื่อเช็กอาการของคุณ (10 ข้อ)
  • แสบตา ระคายเคืองตา โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือปลายวัน
  • รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายหรือสิ่งแปลกปลอมในตา
  • ตาล้า อยากหลับตาพัก ต้องหยีตาเวลาอ่านหนังสือหรือมองจอ
  • ตาพร่ามัวเป็นพัก ๆ แต่ดีขึ้นหลังกะพริบตาแรง ๆ
  • ตาแดงเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาอยู่ในห้องแอร์
  • สู้แสงจ้าไม่ค่อยได้ ขับรถกลางคืนแล้วแยงตา
  • มีน้ำตาไหลเป็นพัก ๆ ทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้
  • ใส่คอนแทคเลนส์แล้วไม่สบายตาเร็วกว่าเดิม
  • ตื่นนอนแล้วลืมตายาก เปลือกตาติดกัน
  • ขอบเปลือกตาแดง มีขุยหรือสะเก็ดที่โคนขนตา

ถ้าตอบว่าใช่ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป และเป็นต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ มีโอกาสสูงว่าคุณกำลังมีภาวะตาแห้ง

ข้อที่คนมักแปลกใจที่สุดคือ “ตาแห้งแต่น้ำตาไหล” ฟังดูขัดกัน แต่อธิบายได้ เมื่อผิวดวงตาขาดความชุ่มชื้นจนระคายเคือง ร่างกายจะสั่งให้ต่อมน้ำตาหลั่งน้ำตาออกมาชดเชยแบบฉุกเฉิน น้ำตาชุดนี้เป็นน้ำตาที่ขาดชั้นไขมัน จึงไหลล้นออกมาแล้วระเหยไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายผิวตาก็ยังแห้งเหมือนเดิม

ตาแห้งเกิดจากอะไร? 7 สาเหตุที่พบบ่อย

1. ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน (MGD) – สาเหตุอันดับหนึ่งที่ถูกมองข้าม

ที่ขอบเปลือกตาบนและล่างของเรามีต่อมไขมันเรียงตัวอยู่ประมาณ 25–30 ต่อมต่อเปลือกตาหนึ่งข้าง เรียกว่า ต่อม Meibomian ทำหน้าที่ปล่อยน้ำมันใสออกมาเคลือบผิวน้ำตาทุกครั้งที่เรากะพริบตา

เมื่อต่อมเหล่านี้ทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction หรือ MGD) ไขมันที่ควรใสจะข้นขึ้นจนอุดรูเปิดของต่อม ภาพด้านล่างคือลักษณะรูเปิดต่อมไขมันที่อุดตันจริงบริเวณขอบเปลือกตา สังเกตตุ่มนูนขาวขุ่นที่ปิดปากท่อไว้

ภาพจริงต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาอุดตัน สาเหตุสำคัญของอาการตาแห้ง
รูเปิดของต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาถูกอุดจนนูนขาวขุ่น (ในวงสีแดง)

เมื่อลองกดรีดที่เปลือกตา ไขมันที่ออกมาจะไม่ใสเหมือนน้ำมันพืช แต่ข้นขาวคล้ายยาสีฟัน แบบในภาพนี้ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าชั้นไขมันของน้ำตาไม่สามารถทำหน้าที่กันการระเหยได้อีกต่อไป

กดรีดต่อมไขมันเปลือกตาแล้วพบไขมันข้นคล้ายยาสีฟันในผู้ที่มีอาการตาแห้ง
ไขมันที่รีดออกมามีลักษณะข้นขาวคล้ายยาสีฟัน แทนที่จะใสเหมือนน้ำมัน

MGD คือเหตุผลที่ การหยอดน้ำตาเทียมอย่างเดียวมักไม่พอ เพราะเราเติมแต่ชั้นน้ำ แต่ไม่ได้แก้ที่ชั้นไขมันซึ่งเป็นต้นเหตุ การประคบอุ่นจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญตรงนี้

2. จ้องจอนาน กะพริบตาน้อยลง

ปกติคนเรากะพริบตาประมาณ 15–20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ อัตราการกะพริบลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง และหลายครั้งเป็นการกะพริบแบบ “ไม่สุด” เปลือกตาบนไม่แตะเปลือกตาล่าง ทำให้ไขมันไม่ถูกรีดออกมาและน้ำตาไม่ถูกเกลี่ยให้ทั่วผิวตา นี่คือที่มาของอาการตาแห้งในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษา

3. อายุและฮอร์โมน

การสร้างน้ำตาลดลงตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีความเสี่ยงตาแห้งสูงกว่าผู้ชายในวัยเดียวกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีผลโดยตรงต่อทั้งต่อมน้ำตาและต่อมไขมันเปลือกตา

4. ยาที่ใช้ประจำ

ยาหลายกลุ่มทำให้ตาแห้งเป็นผลข้างเคียง เช่น ยาแก้แพ้ (antihistamine) ยาลดน้ำมูก ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันกลุ่ม beta-blocker ยาต้านเศร้าบางชนิด ยารักษาสิวกลุ่มไอโซเตรทติโนอิน และยาคุมกำเนิด หากอาการเริ่มขึ้นหลังเปลี่ยนยา ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ อย่าหยุดยาเอง

5. โรคประจำตัวและภาวะทางระบบ

ตาแห้งอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่น เช่น กลุ่มอาการโจเกรน (Sjögren’s syndrome) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไทรอยด์เป็นพิษที่มีตาโปน เบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ดี หรือภาวะขาดวิตามินเอ หากมีอาการร่วมกับปากแห้งคอแห้งเรื้อรัง ควรไปตรวจเพิ่มเติม

6. คอนแทคเลนส์และการทำเลสิก

คอนแทคเลนส์ดูดซับน้ำตาและรบกวนการกระจายตัวของชั้นน้ำตา ส่วนการผ่าตัดแก้สายตาแบบเลสิกทำให้เส้นประสาทที่กระจกตาถูกตัดชั่วคราว การรับรู้ความแห้งลดลง ร่างกายจึงสั่งสร้างน้ำตาน้อยลงตามไปด้วย อาการมักดีขึ้นภายใน 3–6 เดือน

7. สิ่งแวดล้อม

แอร์เป่าตรงหน้า พัดลมจ่อ ห้องที่ความชื้นต่ำ ฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ และการอยู่บนเครื่องบินนาน ๆ ล้วนเร่งการระเหยของน้ำตาทั้งสิ้น หลายคนสังเกตว่าอาการหนักขึ้นชัดเจนในฤดูหนาวหรือช่วงที่ค่าฝุ่นสูง

ตาแห้งอันตรายไหม ปล่อยไว้เสี่ยงอะไร

ตาแห้งระดับเล็กน้อยมักไม่อันตราย แต่ถ้าปล่อยเรื้อรังโดยไม่ดูแล ผิวกระจกตาที่ขาดน้ำตาหล่อเลี้ยงจะเริ่มถลอกเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายทั่ว เรียกว่า Superficial Punctate Keratitis

ภาพด้านล่างคือกระจกตาที่ย้อมด้วยสีฟลูออเรสซีนแล้วส่องด้วยแสงสีน้ำเงิน จุดเรืองแสงที่เห็นเป็นฝ้ากระจายคือรอยถลอกจากภาวะนี้ ซึ่งคนไข้มักบอกเพียงว่า “ตามัว ๆ เหมือนมีฝ้า” โดยไม่รู้ว่าผิวตาเสียหายไปแล้ว

ย้อมสีฟลูออเรสซีนพบรอยถลอกเป็นฝ้าบนกระจกตาจากภาวะตาแห้งเรื้อรัง
ย้อมสีฟลูออเรสซีนแล้วส่องด้วยแสงสีน้ำเงิน เห็นรอยถลอกเป็นฝ้ากระจายบนกระจกตา

ผลที่ตามมาหากละเลยต่อเนื่อง ได้แก่ การมองเห็นไม่คมชัดถาวรจากผิวกระจกตาไม่เรียบ เสี่ยงติดเชื้อที่กระจกตาง่ายขึ้น เปลือกตาอักเสบเรื้อรังจนเกิดตากุ้งยิงซ้ำ ๆ และในรายที่รุนแรงอาจเกิดแผลที่กระจกตาได้

ประคบอุ่นแก้ตาแห้ง ทำอย่างไรให้ได้ผล

สำหรับตาแห้งที่เกิดจากต่อมไขมันอุดตัน การประคบอุ่นคือวิธีที่ตรงจุดที่สุดและทำเองได้ฟรีที่บ้าน ความอุ่นทำให้ไขมันที่แข็งตัวอยู่ในต่อมอ่อนตัวลงจนไหลออกได้ง่ายขึ้น เมื่อทางออกของต่อมเปิด ชั้นไขมันของน้ำตาก็กลับมาทำหน้าที่กันการระเหยได้ดีขึ้น

ขั้นตอนการประคบอุ่นที่ถูกต้อง

  1. เตรียมผ้าสะอาด ชุบน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40–45 องศาเซลเซียส (อุ่นสบาย ไม่ลวกมือ) แล้วบิดหมาด
  2. หลับตา วางผ้าบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ให้ความอุ่นแผ่ทั่วขอบเปลือกตา
  3. ประคบต่อเนื่อง 5–10 นาที ถ้าผ้าเย็นลงก่อนครบเวลาให้ชุบใหม่ ความสม่ำเสมอของอุณหภูมิสำคัญกว่าความร้อน
  4. นวดเปลือกตาเบา ๆ จากโคนขนตาออกด้านนอก ทั้งบนและล่าง ข้างละ 10–15 วินาที เพื่อรีดไขมันที่อ่อนตัวแล้วออกจากต่อม
  5. กะพริบตาช้า ๆ ให้สุด หลายครั้ง เพื่อเกลี่ยน้ำมันให้กระจายทั่วผิวตา และหยอดน้ำตาเทียมตามหากจำเป็น

ความถี่ที่แนะนำคือวันละ 1–2 ครั้ง ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัด เพราะต่อมไขมันต้องใช้เวลาฟื้นตัว หลายคนล้มเลิกไปก่อนเพราะทำ 3 วันแล้วไม่หาย ซึ่งเป็นความคาดหวังที่เร็วเกินไป

ข้อควรระวังในการประคบอุ่น

  • อย่าใช้น้ำร้อนจัดหรืออุ่นแผ่นประคบในไมโครเวฟนานเกินกำหนด ผิวหนังรอบดวงตาบางที่สุดในร่างกายและไหม้ได้ง่าย
  • ผ้าหรืออุปกรณ์ต้องสะอาดเสมอ ผ้าเปียกที่ใช้ซ้ำโดยไม่ซักคือแหล่งสะสมเชื้อโรค
  • ผู้ที่มีเปลือกตาอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน ตากุ้งยิงที่กำลังบวมแดง หรือเพิ่งผ่าตัดตา ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หากประคบแล้วปวดตามากขึ้นหรือตาแดงขึ้น ให้หยุดและไปพบจักษุแพทย์

ถ้าไม่สะดวกชุบผ้าใหม่ทุกครั้ง อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับดวงตาโดยเฉพาะจะคุมอุณหภูมิได้สม่ำเสมอกว่าและแนบไปกับรูปเปลือกตาได้ดีกว่า เช่น ที่ประคบตาร้อน-เย็น KENKOU แบบ EYE MASK ซึ่งเป็นทรงมาสก์ปิดตาพร้อมสายรัด ใช้ประคบอุ่นสำหรับตาแห้งและประคบเย็นสำหรับตาล้าได้ในชิ้นเดียว หรือจะใช้ แผ่นประคบร้อน-เย็นแบบทั่วไป ก็ได้ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ต้องห่อด้วยผ้าสะอาดและทดสอบความร้อนที่ท้องแขนก่อนวางบนเปลือกตาเสมอ

วิธีแก้ตาแห้งด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอน

1. ประคบอุ่นสม่ำเสมอ

ทำตามขั้นตอนด้านบน วันละ 1–2 ครั้ง ถือเป็นรากฐานของการดูแลปัญหาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน

2. ทำความสะอาดขอบเปลือกตา

หลังประคบอุ่น ใช้สำลีก้านหรือผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดตามแนวโคนขนตาเบา ๆ เพื่อกำจัดคราบไขมันและขุยที่อุดปากท่อ ผู้ที่มีขุยหรือสะเก็ดที่โคนขนตาชัดเจนอาจใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเปลือกตาโดยเฉพาะ ทำวันละครั้งช่วงอาบน้ำจะจำง่ายที่สุด

3. หยอดน้ำตาเทียมให้ถูกชนิดและถูกเวลา

น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองและปกป้องผิวกระจกตาระหว่างที่รอให้ต่อมไขมันฟื้นตัว ควรหยอด ก่อน เริ่มทำงานหน้าจอ ไม่ใช่รอจนแสบตาแล้วค่อยหยอด และเลือกชนิดให้เหมาะกับความถี่ที่ใช้ (ดูตารางในหัวข้อถัดไป)

4. ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

  • ใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที ให้ละสายตาไปมองไกลประมาณ 6 เมตร นาน 20 วินาที เป็นคำแนะนำจาก American Academy of Ophthalmology
  • ตั้งจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย เปลือกตาจะปิดคลุมผิวตาได้มากขึ้น ลดพื้นที่ระเหย
  • ฝึกกะพริบตาให้สุด เปลือกตาบนต้องแตะล่างจริง ๆ วันละหลายรอบ
  • เลี่ยงแอร์และพัดลมเป่าตรงหน้า ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอนหากอากาศแห้งมาก
  • สวมแว่นกันแดดแบบครอบเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือวันที่ฝุ่นเยอะ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้พอ การอดนอนทำให้อาการแย่ลงชัดเจน

5. ดูแลเรื่องอาหาร

กรดไขมันโอเมก้า-3 จากปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล เป็นส่วนประกอบของชั้นไขมันในน้ำตา งานวิจัยเรื่องการเสริมโอเมก้า-3 ในผู้มีภาวะตาแห้งยังให้ผลไม่สอดคล้องกัน บางการศึกษาพบว่าช่วยได้ บางการศึกษาพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก จึงควรมองว่าเป็นการดูแลเสริม ไม่ใช่การรักษาหลัก และเน้นได้รับจากอาหารเป็นอันดับแรก

หมายเหตุ: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

น้ำตาเทียมมีกี่แบบ เลือกอย่างไร

น้ำตาเทียมในร้านยามีหลายรูปแบบ และการเลือกผิดแบบคือสาเหตุที่หลายคนหยอดแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิม

รูปแบบ เหมาะกับใคร สิ่งที่ต้องรู้
แบบขวด (มีสารกันเสีย) อาการไม่มาก ใช้ไม่เกินวันละ 4 ครั้ง ราคาประหยัด แต่สารกันเสียอาจระคายผิวตาถ้าใช้บ่อย ทั่วไปเปิดใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน
แบบกระเปาะใช้ครั้งเดียว (ไม่มีสารกันเสีย) ต้องหยอดเกินวันละ 4–6 ครั้ง ตาไวต่อสารกันเสีย ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ ผู้ป่วยต้อหินที่ใช้ยาหยอดหลายชนิด อ่อนโยนที่สุด พกพาสะดวก ราคาสูงกว่า เปิดแล้วควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว
เจลป้ายตา / ขี้ผึ้ง อาการรุนแรง หรือแห้งมากช่วงกลางคืน หลับตาไม่สนิท เกาะผิวตาได้นาน ใช้ก่อนนอน ทำให้ตาพร่าชั่วคราว ไม่เหมาะใช้ระหว่างขับรถ
สูตรผสมไขมัน (lipid-based) ตาแห้งจากน้ำตาระเหยเร็วและต่อมไขมันอุดตัน ช่วยเสริมชั้นไขมันโดยตรง ตรงกับกลไกของ MGD มากกว่าสูตรน้ำล้วน

ข้อควรรู้ก่อนหยอดน้ำตาเทียม

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนหยอดทุกครั้ง และอย่าให้ปลายขวดสัมผัสขนตาหรือผิวตา
  • หยอดครั้งละ 1 หยดก็เพียงพอ ตาคนเรารับน้ำตาเทียมได้ครั้งละประมาณ 1 หยดเท่านั้น ที่เหลือไหลออกเสียเปล่า
  • ถ้าต้องหยอดยาตาหลายชนิด ให้เว้นห่างกันอย่างน้อย 5 นาที และหยอดน้ำตาเทียมเป็นชนิดสุดท้าย
  • เลี่ยงยาหยอดตาที่โฆษณาว่า “ลดตาแดง” สำหรับใช้ประจำ เพราะออกฤทธิ์หดหลอดเลือด ใช้ต่อเนื่องแล้วตาจะแดงกลับมามากกว่าเดิม
  • ถ้าหยอดน้ำตาเทียมสม่ำเสมอเกิน 4 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แปลว่าต้องหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพิ่มความถี่ในการหยอด

ดูรายการ น้ำตาเทียมและผลิตภัณฑ์สำหรับตาแห้ง ทั้งหมดได้ที่หมวดสินค้าของเรา หรือเลือกดูเพิ่มเติมในหมวด ดูแลสุขภาพดวงตา หากไม่แน่ใจว่าควรใช้แบบไหน ทักมาถามเภสัชกรก่อนได้เสมอ

สัญญาณที่ควรพบจักษุแพทย์

การดูแลตัวเองใช้ได้ผลดีกับตาแห้งระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ให้หยุดดูแลเองแล้วไปพบจักษุแพทย์ทันที หากมีอาการเหล่านี้

  • ปวดตามาก ปวดลึก ๆ ในเบ้าตา หรือปวดจนรบกวนการนอน
  • ตาแดงจัด โดยเฉพาะแดงรอบตาดำ
  • ตามัวลงชัดเจน หรือมัวแล้วไม่ดีขึ้นหลังกะพริบตา
  • สู้แสงไม่ได้อย่างรุนแรง น้ำตาไหลตลอดเวลา
  • มีขี้ตาข้น ขี้ตาเป็นหนอง หรือเปลือกตาบวมแดง
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตาตลอดเวลา หลังจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาหรือได้รับบาดเจ็บ
  • ดูแลตัวเองเต็มที่แล้ว 4–6 สัปดาห์ อาการยังไม่ดีขึ้น
  • ตาแห้งร่วมกับปากแห้ง คอแห้ง ปวดข้อ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน

จักษุแพทย์มีวิธีตรวจที่บอกสาเหตุได้ชัดกว่าการเดา เช่น การวัดปริมาณน้ำตา การวัดเวลาที่น้ำตาเริ่มแตกตัว การย้อมสีดูรอยถลอกที่กระจกตา และการถ่ายภาพต่อมไขมันเปลือกตา รวมถึงมีทางเลือกการรักษาที่บ้านทำไม่ได้ เช่น ยาหยอดลดการอักเสบ การรีดต่อมไขมันโดยแพทย์ หรือการอุดท่อระบายน้ำตา

คำถามที่พบบ่อย

ตาแห้งหายขาดได้ไหม?

ตาแห้งจากสาเหตุชั่วคราว เช่น ใช้จอหนักหรืออยู่ในที่แห้ง มักดีขึ้นเมื่อแก้ที่ต้นเหตุ แต่ถ้าเป็นแบบเรื้อรังจากต่อมไขมันเสื่อมหรือจากอายุ มักเป็นภาวะที่ต้อง “ควบคุมให้อยู่หมัด” มากกว่า “รักษาให้หายขาด” ข่าวดีคือคนส่วนใหญ่ควบคุมอาการได้ดีมากถ้าดูแลถูกวิธีและสม่ำเสมอ

ตาแห้งแต่มีน้ำตาไหลตลอด เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้และพบบ่อยมาก เกิดจากผิวตาที่แห้งไปกระตุ้นให้ต่อมน้ำตาหลั่งน้ำตาฉุกเฉินออกมาชดเชย ซึ่งเป็นน้ำตาที่ขาดชั้นไขมันจึงระเหยเร็วและไม่ช่วยแก้ปัญหา

ประคบอุ่นนานแค่ไหนถึงเห็นผล?

ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกสบายตาขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่การเปลี่ยนแปลงของต่อมไขมันจริง ๆ ต้องใช้เวลาต่อเนื่อง 4–6 สัปดาห์ขึ้นไป จึงต้องทำสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำเฉพาะวันที่มีอาการ

ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแห้ง ทำอย่างไรดี?

ลดชั่วโมงการใส่ลง สลับใส่แว่นบ้าง เลือกน้ำตาเทียมชนิดที่ระบุว่าใช้ได้ขณะใส่คอนแทคเลนส์ และประคบอุ่นในช่วงที่ถอดเลนส์แล้ว หากยังไม่ดีขึ้นควรให้จักษุแพทย์ประเมินชนิดและขนาดของเลนส์ใหม่

ตาแห้งกับภูมิแพ้ขึ้นตา ต่างกันอย่างไร?

ภูมิแพ้ขึ้นตาเด่นที่อาการ คัน มักคันมากจนอยากขยี้ตา และมักมีอาการจมูกร่วมด้วย ส่วนตาแห้งเด่นที่อาการ แสบและเคือง เหมือนมีเม็ดทราย ทั้งสองภาวะเกิดร่วมกันได้ และยาแก้แพ้ที่กินเพื่อรักษาภูมิแพ้ก็ทำให้อาการแห้งมากขึ้นได้อีก

หยอดน้ำตาเทียมบ่อยเกินไปอันตรายไหม?

ชนิดไม่มีสารกันเสียหยอดได้บ่อยตามต้องการ ส่วนชนิดที่มีสารกันเสียไม่ควรเกินวันละ 4–6 ครั้ง เพราะสารกันเสียที่สะสมอาจทำให้ผิวตาระคายเคืองมากขึ้น หากพบว่าต้องหยอดถี่กว่านั้น ควรเปลี่ยนไปใช้ชนิดไม่มีสารกันเสียและไปตรวจหาสาเหตุ

สรุปวิธีดูแลอาการตาแห้ง

ตาแห้ง ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากน้ำตาน้อย แต่เกิดจากน้ำตาระเหยเร็วเพราะต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน การแก้ที่ตรงจุดจึงไม่ใช่การหยอดน้ำตาเทียมถี่ขึ้นอย่างเดียว แต่คือการ ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ ทำความสะอาดขอบเปลือกตา เลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับความถี่ที่ใช้ และปรับพฤติกรรมการใช้สายตา ควบคู่กันไป

ให้เวลากับการดูแลอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ และอย่าลืมว่าอาการปวดตารุนแรง ตาแดงจัด หรือตามัวลง ไม่ใช่เรื่องที่ควรรอ ให้ไปพบจักษุแพทย์ทันที

อ่านข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมได้จาก American Academy of Ophthalmology และรายงาน TFOS DEWS II ซึ่งเป็นแนวทางสากลเรื่องภาวะตาแห้ง

ปรึกษาเภสัชกรสินอุดมฟาร์มาซี

ไม่แน่ใจว่าตาแห้งของคุณควรเริ่มจากอะไร หรือเลือกน้ำตาเทียมแบบไหนดี ทักมาปรึกษาเภสัชกรของเราได้ฟรีทาง LINE @sinnudombhaesaj หรือแวะหน้าร้านทั้ง 3 สาขา เรายินดีช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับอาการและการใช้ชีวิตของคุณ

👉 ที่ประคบตาร้อน-เย็น KENKOU EYE MASK | อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร